นึกว่าอยู่ Jurassic Park จระเข้ยักษ์เดินชิวๆ สนามกอล์ฟ

ภาพระทึกใจ จระเข้ยักษ์ยาวกว่า 5 เมตร เดินดุ่มๆ ผ่านสนามกอล์ฟที่ฟลอริด้า หนุ่มไม่กลัวตายยังเดินตามถ่ายคลิป ระยะห่างแค่เพียงไม่กี่สิบเมตร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพน่าระทึกใจที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง กลายเป็นภาพโด่งดังในโซเซียลมีเดีย มีจระเข้ตัวใหญ่ยักษ์ ออกเดินชิวๆ ผ่านสนามหญ้า โดยที่ไม่ได้สนใจผู้คนที่อยู่ใกล้ๆ ห่างแค่เพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น ทำให้หลายคนเปรียบเทียบว่าเหมือนอยู่ใน Jurassic Park ภาพยนตร์เรื่องดัง

ตามรายงานระบุว่า คลิปวิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Charles Helms ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงเอาไว้ได้ ระหว่างที่เข้ากำลังออกรอบที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งที่เมืองปาล์มเมตโต้ รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา พบเห็นจระเข้ตัวใหญ่ น่าจะมีขนาดไม่ต่ำกว่า 5 เมตร เดินตัดสนามหญ้าอย่างใจเย็น

จากภาพยังพบเห็นชายคนหนึ่งที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตามถ่ายคลิปวิดีโอจระเข้ตัวดังกล่าว ที่อยู่ห่างออกจากตัวเขาแค่เพียงไม่กี่สิบเมตร โดนที่ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวใดๆ ทำให้ชาวเน็ตที่ได้ชมคลิปดังกล่าว ต่างรู้สึกหวาดเสียวแทน และรู้สึกเหมือนได้อยู่ในภาพยนตร์เรื่องดัง Jurassic Park ที่มีการโชว์ไดโนเสาร์แบบระยะใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ของรัฐฟลอริด้า ยังเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของพวกจระเข้ แอ่งน้ำต่างๆ ยังคงมีสัตว์เลื้อยคลานอาศัยอยู่ ทุกๆ ปีมักจะมีรายงานข่าวผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกจระเข้โจมตีและทำร้าย แม้ว่าจะมีมาตรการป้องกันต่างๆ แต่ดูเหมือนคนกับสัตว์ยังจะต้องอยู่ร่วมกันให้ได้

“ความเจ็บปวด” ที่ใคร….เป็นคนก่อ??

2 วันผ่านไป ความเสียใจ ความคาใจ ความรู้สึกไม่ต่างจากนักกีฬา ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของแฟนกีฬาชาวไทย

รอยด่างของคำว่า ”สปิริต” กำลังบั่นทอนจิตใจของคำว่า ”กีฬา” แห่งมิตรภาพ

ทีมวอลเลย์สาวไทย พกความหวังไปเต็มกระเป๋า เพื่อฝันอันเรืองรอง ที่จะทำผลงานในทัวร์นาเม้นต์นี้ให้ดีที่สุด ด้วยเป้าหมายสูงสุดของพวกเขา คือไปเล่นคว้าตั๋วไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย ที่ริโอฯ

สุดท้ายเราทำได้ดีที่สุดคือ การจบด้วยอันดับ 5!!!

คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของแฟนกีฬา ที่ไม่ใช่แค่ชาวไทย บ้างก็ว่า ”การจัดการแข่งขันในระบบนี้ มันคือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนได้แล้วหรือยัง”


“โปรแกรมการแข่งขัน” คือสิ่งที่เจ้าภาพหน้าเดิมอย่างญี่ปุ่น ได้อภิสิทธิ์ ที่เหนือกว่าชาวบ้าน นี่ก็เรื่องจริงที่เราต้องยอมรับ

ไหนจะการที่ FIVB นำ ”ไอ้แท็ปเล็ต” เจ้าปัญหา มาประเดิมใช้ในทัวร์นาเม้นต์ที่มีความหมายแบบนี้ได้อย่างไร?

แถมด้วยเรื่องราว ”ท็อก ออฟ เดอะ เวิลด์” ในเกมที่ ญี่ปุ่นชนะไทย 3-2 มันก็เต็มไปด้วยเรื่องราวแสนดราม่า และถูกพูดถึงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงความไม่โปร่งใส ซึ่งมันก็มาจากสิ่งที่ FIVB กำหนดมาทั้งนั้น!!

ทุกอย่างมันจบไปแล้ว จะร้องโวยวาย สุดท้ายทีมชาติไทยของเรา ก็ไม่ได้ไปโอลิมปิก นี่คือเรื่องจริงที่ยากจะยอมรับได้…..แต่เราก็ต้องทำใจยอมรับมัน

แต่การจะนั่งให้ไอ้พวกมหาอำนาจ กระทำกับทีมไทยแบบนี้ ก็ใช่เรื่อง เรามีศักดิ์ศรีพอ เราเล่นเต็มที่ เราสู้เกม สู้ทุกอย่าง และกล้าแลกมาด้วยทุกวิถีทางที่ยืนอยู่บนความยุติธรรมของคำว่า “กีฬา”

เกมที่เราแพ้ต่อเจ้าภาพ 2-3 เซต เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา มันเจ็บปวด มันทรมานเหลือเกินกับคำว่า”เราต้องรอต่อไปอีก 4 ปี”!!!!

4 ปีที่แล้ว เกมปาหี่ระหว่าง ญี่ปุ่น กับ เซอร์เบีย ที่เล่นละคร(ไม่เนียน) จนกอดคอกระหนุงกระหนิงไปลุยลอนดอนเกมส์ 2012 ด้วยกัน ยังคงหลอกหลอนมาถึงช่วงก่อนทัวร์นาเม้นท์จะเริ่มขึ้น


ในใจผมแม้จะคิดว่า คงไม่มีอีกแล้วมั้ง แต่พอได้เห็นโปแกรมช่วงท้ายๆ ที่เจ้าภาพ จัดให้ตัวเอง เจอกับ อิตาลี และ ฮอลแลนด์ ใน 2 เกมสุดท้าย ผมถึงกับคิดเล่นๆ ”มึงจะเอาอีกแล้วหรือ”???

ไม่คิดไม่ฝันครับ ว่ามันจะเกิดขึ้นอีก  แหม่ สกอร์ในฝันชัดๆ ญี่ปุ่นแพ้อิตาลี 2-3 เซต!!! ถถถถถถถถถถถถถ!!!

บทสรุปสุดท้าย ”เราดีไม่พอครับ” เราดีไม่พอจะได้ไปโอลิมปิกเกมส์ 2016 เพราะสิ่งที่เรียกว่า ”อยุติธรรม”

คำถามต่อจากนี้คือ FIVB จะมองเห็น และพร้อมจะน้อมรับนำมันไปแก้หรือเปล่า??

เพราะหากยังคงมีการแข่งขันในระบบนี้ เอื้อประโยชน์ให้พี่เบิ้มกันแบบไร้ยางอายเช่นนี้ อนาคตข้างหน้ามันคงไม่ใช่แค่การแข่งขันกีฬาอีกต่อไป

แต่หากมันจะกลายเป็นการทำสงครามในสังเวียนแข่งขันอย่างแน่นอน!!

“รอยยิ้ม และคราบน้ำตาของผู้ผิดหวัง” ในทัวร์นาเม้นต์นี้ของสาวไทย เราได้เห็นและเราเองก็น้ำตาซึมไปกับภาพเบื้องหน้าที่เราสัมผัสและรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่พวกเธอได้รับ

พวกเธอเหล่านี้ ได้สู้กับมันอย่างเต็มกำลัง พวกเธอน่าชื่นชมในหัวจิตหัวใจอย่างยิ่ง

หลายคนฝันสลาย และหลายคนคงไม่มีโอกาสได้เล่นในโอลิมปิกเกมส์อีกแล้ว

ในขณะที่ยังมีอีกอีกหลายคน ที่พร้อมที่เดินไปสานต่อความฝันของพวกพี่ๆ และหวังสร้างฝันครั้งใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้าให้เป็นจริง

ในเมื่อพวกเธอยังมีความฝัน กองเชียร์อย่างพวกเราก็มีความฝันเช่นเดียวกับพวกเธอ “สู้ไปด้วยกันครับ…วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย”

สาว ม.ดัง ถูกแทงตายคาแฟลต หนุ่มแฟนเก่ากลับไปผูกคอที่บ้าน

ตำรวจพบร่างหญิงสาว ม.ดัง ถูกแทงเสียชีวิตคาห้องพัก ย่านแฟลตดินแดง คาดอาจเป็นฝีมือของหนุ่มแฟนเก่าที่เลิกไปแล้ว ต่อมาพบว่าหนุ่มต้องสงสัยผูกคอเสียชีวิตอยู่ที่บ้านตัวเอง

(20 พ.ค.) เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงถูกทำร้ายร่างกายและเสียชีวิตอยู่บริเวณห้องพักชั้นที่ 3 ของอาคารแฟลตดินแดง ซอยประชาสงเคราะห์ 19 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับอาสาสมัครกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

เมื่อเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ ตรวจสอบภายในห้องพักดังกล่าว พบผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นหญิงสาวคือ นางสาวแอน (นามสมมติ) เป็นนักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยรามคำแหง สภาพนอนหงายเสียชีวิตอยู่ในห้อง พบบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ช่องท้องและต้นขาข้างซ้าย คาดว่าเสียชีวิตมาราวๆ 5-6 ชั่วโมงแล้ว

จากการสอบถามเพื่อนชายคนสนิทของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลา 14.00 น. ของวันที่ 19 พฤษภาคมนั้น นางสาวแอน ได้ส่งข้อความแชทผ่านทางเฟซบุ๊กบอกว่า แฟนหนุ่มคนเก่ากำลังจะมาหาที่ห้องพัก แฟลตดินแดง ตนติดต่อกลับไปอีกครั้งตอน 16.00 น. ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ต่อมาจึงตัดสินใจโทรศัพท์ติดต่อไปทางญาติของนางสาวแอน เพื่อให้ไปตรวจสอบที่ห้องพัก กระทั่งมาพบว่ากลายเป็นศพถูกแทงเสียชีวิตดังกล่าว โดยไม่พบหลักฐานหรืออาวุธมีดที่ใช้อาวุธใดๆ เบื้องต้นสันนิษฐานคาดว่า อาจจะเป็นฝีมือของแฟนเก่าที่เลิกรากันไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมเข้ามาอีกว่า นายป๊อป (นามสมมติ) แฟนเก่าของนางสาวแอน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุครั้งนี้ ถูกพบเป็นศพใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่บ้านพักในท้องที่ สน.ภาษีเจริญ ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สรุปว่า ทั้ง 2 สาเหตุมีส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ซึ่งจะต้องสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้คุณเลิกเช็คมือถือตลอดเวลา…ง่ายจนใครๆ ก็คิดไม่ถึง

สูญเสีย (เวลา) กันไปเท่าไหร่แล้วกับคำแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟน…ในแต่ละวัน เราใช้เวลาไปกับการเช็คมือถือหลายชั่วโมง ถึงแม้มันจะส่งสัญญาณเตือนแค่ไม่กี่วินาที แต่กว่าเราจะวางมันลงได้อีกครั้ง เราก็ลืมไปแล้วว่าเราหยิบมันขึ้นมาดูอะไรในตอนแรก

บางคนเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่าการเสพติด และอยากจะลด ละ เลิก แล้วเอาไปเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่า แต่เอาจริงๆ ก็ยังทำไม่ได้ซะที วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับมาบอก และมันง่ายกว่าที่คุณคิดแน่นอน

ลองนึกภาพเวลาที่มีคำแจ้งเตือนของแอปพลิเคชั่นต่างๆ ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอดูสิ จะสังเกตเห็นว่าโดยมากแล้วการแจ้งเตือนเหล่านี้จะเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีที่กระตุ้นให้สมองของเราตีความว่ามันคือเรื่องด่วน หรือเรื่องที่ต้องการแอ็คชั่นในทันที

พอเห็นตัวเลขในวงกลมสีแดงที่มุมของแอป Line  คนส่วนมากจึงต้องหยิบมันขึ้นมาเปิด ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ก็อยากให้มันถูกเคลียร์ออกไป

วิธีการที่จะทำให้เราไม่ถูกกระตุ้นด้วยสีแดงก็ไม่ยาก เพียงแค่เปลี่ยนไปใช้โหมดที่ทำให้หน้าจอเป็นสีแบบ Greyscale หรือจะขาวดำก็ได้ แล้วก็จะไม่มีสีแดงมากระตุ้นอีก ทำให้ความสนใจที่คุณจะมีต่อหน้าจอลดน้อยลงไป

อาร์แซน เวนเกอร์ ของขึ้นจวกสื่อชอบถามคำถามน่าเบื่อ

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกอาการโมโหโต้กลับสื่อว่าชอบทำตัวน่าเบื่อหลังถูกถามจี้ใจดำเรื่องการลงจากตำแหน่งกุนซือของทีม จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา

อาร์แซน เวนเกอร์ เตรียมนำทีม อาร์เซน่อล บุกไปเยือน ฮัลล์ ซิตี้ ในศึก เอฟเอ คัพ นัดรีเพลย์ คืนนี้เวลา 02.00 น. โดยการให้สัมภาษณ์ก่อนนี้เกม เวนเกอร์ ก็เกิดของขึ้นหลังถูกนักข่าวถามถึงผลงานอันไม่สู้ดีนักในลีก และลงจากตำแหน่งกุนซือ ”ปืนใหญ่” ในฤดูกาลหน้า

อาร์แซน เวนเกอร์ เผยว่า ”ลองดูสิ ผมทำงานที่นี่มา 19 ปีแล้ว และผมก็ยังต้องมานั่งอยู่ที่นี่เสมอเพื่อที่ต้องมาคอยบอกว่าผมดีพอสำหรับงานนี้ ผมไม่มีปัญหากับการรับมือในเรื่องต่าง ๆ หรอกนะ แต่ผมแค่รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าเบื่อ”

“ผมจะพูดให้คุณนะว่าผมดีพอหรือไม่ ? ผมทำงานในระดับสูงมาว่า 35 ปี แต่สิ่งที่น่าเบื่อที่ผมต้องเจอมาตลอด 19 ปีก็คือการที่ต้องมาคอยตอบคำถามว่า คุณคิดว่าคุณดีพอแล้วหรือไม่ ?”

“ถ้าผมดีไม่พอใครสักคนต้องเดินมาบอกผมสักวันหนึ่ง นั่นคือทั้งหมดที่ผมสามารถทำได้ ผมไม่กังวัลกับสิ่งที่พวกคุณพูด (นักข่าว) หรือที่คนอื่นพูดเกี่ยวกับผมหรอกนะ” กุนซือชาวฝรั่งเศส กล่าวทิ้งท้าย

 

กลยุทธ์ ซื้อหารองเท้าวิ่งอันใหม่ให้ได้ดีที่สุด

เทรนด์ของการออกกำลังกายกำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเฉพาะการวิ่ง อ่านได้จาก  Facebook ที่เพื่อนๆสับเปลี่ยนกันโชว์ภาพชูเหรียญมาราธอนงานใหม่ๆ กันทุกสัปดาห์ตั้งแต่เช้าตรู่ 
 
ในขณะเราเพิ่งขยี้ตาตื่นนอน ถ้ามันจะอินเทรนด์ขนาดนี้แล้วสำหรับคนที่อยากมาทดลองวิ่งบ้าง จะเริ่มอย่างใดให้ง่ายที่สุด แน่นอนว่าอุปกรณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคงต้องเป็นรองเท้า และหากว่าจะเลือกรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ให้ดีที่สุด เรามีเทคนิคแบบนักมาราธอนมาฝาก
 
1. เลิกเอารองเท้าผ้าใบที่ใส่เดินเล่นตามห้างสรรพสินค้ามาใส่วิ่ง เลือกรองเท้าที่เหมาะกับการวิ่งจะได้เปรียบครับ หลายคนบอกว่ารองเท้าผ้าใบก็เหมือนกัน แต่จริงๆแล้วรองเท้าที่ออกแบบเพื่อวิ่งโดยเฉพาะจะรองรับน้ำหนักได้เหนือชั้นกว่าซึ่งจะป้องกันการบาดเจ็บที่อาจจะบังเกิดได้ดีกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วๆ ไป ข้อนี้ง่ายๆครับ เลือกที่เป็น Running Shoes เป็นอันจบ
 
2. นอกจากเลือกรองเท้าให้แนบแน่นกับรูปเท้า ยืดหยุ่นสูงแล้ว ขอบอกว่าพื้นรองเท้าก็มีผลต่อการวิ่งไม่น้อย ลายของพื้นรองเท้าควรคัดแบบที่หนา และเส้นบนพื้นรองเท้าควรมีเส้นที่ลึกและเส้นเป็นทางขวางยาว เพราะรองเท้าวิ่งที่หนาจะสนับสนุนรองรับแรงกระทบจากการวิ่ง ส่วนลายบนพื้นรองเท้าบริเวณฝ่าเท้าควรมีลายขวางยาวให้รองเท้ายืดหยุ่นได้ง่ายและช่วยเพิ่มแรงในการส่งตัวเพื่อดันไปข้างหน้าทำให้วิ่งได้ดีขึ้น
 
3. ขบวนการการลองสลักสำคัญ ควรลองโดยการลองรองเท้าทั้ง 2 ข้าง เพราะธรรมดาเท้าซ้ายกับขวาปกติของเราจะไม่เสมอกัน การเลือกโดยลองสวมเพียงผู้เดียว อาจจะได้รองเท้าที่คับ หรือ หลวมเกินไปได้ จากนั้นผูกเชือกรองเท้าให้แน่น กดที่ด้านหัวของรองเท้า เพื่อเช็คว่าปลายเท้าเราพอดีกับรองเท้าจากนั้นทดลองโดยเดินไปรอบๆ
 
4. นำถุงเท้าไปเองในวันที่ซื้อรองเท้า เพราะว่าการที่ใช้รองเท้าของที่ร้านความหนาของถุงเท้าที่ร้าน ไม่เช่นเดียวกับถุงเท้าที่บ้าน เพราะเช่นนั้นแนะนำให้นำถุงเท้าคู่โปรดติดตัวไปลองรองเท้าวิ่งด้วยจะดีที่สุด หรือเลือกซื้อถุงเท้าที่พอควรกับการวิ่งที่ร้านกลับมาพร้อมด้วยรองเท้าเป็นชุดคู่กันก็โอเคครับ
 
5. จริงอยู่ว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่ประหยัดที่สุด และรองเท้าวิ่งก็มีมากมายราคาให้เลือก ด้วยเหตุนั้นก็เลือกให้สมควรกับเงินในกระเป๋าด้วย และสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะกับคุณหรือเปล่า ถ้ารองเท้าที่ราคาสูงเกินไปก็อาจไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปครับ ลองวิ่งไปก่อนจนรู้ว่าวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่เข้ากับชีวิตตนเอง ค่อยขยับเลือกรองเท้าที่ราคาสูงขึ้นก็ไม่สายครับ
 
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ไม่อยากให้ลืม การวิ่งไม่ใช่ราคา หรือแบรนด์ของรองเท้า แต่มันคือการออกไป “วิ่ง” เพื่อบริหารร่างกายต่างหาก ออกไปวิ่งกันครับ